Pretrial in Duterte Impeachment Stretched to Fifth Day Amid Massive Documentary Record
The impeachment pretrial of Philippine Vice President Sara Duterte is nearing completion after stretching into a fifth day, as her defense team and House prosecutors moved to finalize the...
BSP Push Spurs Wave of Lower Digital Transfer Fees Across Philippine Lenders
Digital money transfers in the Philippines are getting cheaper as banks and e-wallets cut or waive fees to comply with new pricing rules from the Bangko Sentral ng Pilipinas (BSP). The central...
Philippines Customs Chief Signals ‘All-Out War’ After ₱980 Million Cigarette Bust in Cebu
The Philippines’ Bureau of Customs is ramping up its campaign against illicit trade after intercepting an estimated ₱980 million worth of illicit cigarettes hidden in 25 container vans at a...
Non-Partisan Tax Formula to Drive Higher 2027 Funding for Philippine LGUs
Local governments in the Philippines are poised to receive a record P1.32 trillion from national tax collections in 2027, reinforcing President Ferdinand Marcos Jr.'s push to position...
Gokongwei to Take 15% Stake in PhilWeb With ₱2 Billion AI Push
PhilWeb Corp. secured a strategic equity investment of about ₱2.03 billion from businessman Lance Y. Gokongwei, giving the listed technology firm fresh capital to accelerate its expansion into...

ศาลฎีกานัดสืบพยานส.ค.-ต.ค. คดี 44 นักการเมืองถูกฟ้องละเมิดจริยธรรมร้ายแรง

05.07.2026


ศาลฎีกาเปิดการไต่สวนคดีจริยธรรมร้ายแรงต่อกลุ่มนักการเมือง 44 คน รวมถึงผู้นำฝ่ายค้าน ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และอีกเก้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาชน จากกรณีมีบทบาทผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือมาตรา 112 ของประมวลกฎหมายอาญา คดีดังกล่าวมีจุดเริ่มจากความพยายามของพรรคการเมืองรุ่นก่อนหน้าของกลุ่มนี้ที่ยื่นร่างกฎหมายแก้ไขมาตรา 112 ต่อสภาเมื่อปี 2564

คดีถูกยื่นโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในรูปคดีแพ่งต่อศาลฎีกา โดยกล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 44 รายซึ่งเป็นนักการเมืองปัจจุบันและอดีตกระทำผิดจริยธรรมอย่างร้ายแรง หากศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิด ผู้ถูกกล่าวหาอาจเผชิญโทษแบนจากการดำรงตำแหน่งทางการเมืองตลอดชีวิต และถูกตัดสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างฝ่ายค้านในสภาฯ เนื่องจากพรรคประชาชนเพิ่งคว้าอันดับสองในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

มาตรา 112 ซึ่งเป็นหัวใจของข้อพิพาทในครั้งนี้ มีจุดมุ่งหมายคุ้มครองพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์จากการถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท โดยกำหนดโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปีต่อความผิดหนึ่งกรรม ความพยายามยื่นร่างกฎหมายเมื่อปี 2564 เพื่อแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวเคยเป็นนโยบายสำคัญของพรรคก้าวไกล ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเมื่อปี 2567 ให้ยุบพรรค โดยเห็นว่าการผลักดันนโยบายปฏิรูปสถาบันเป็นการพยายามล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สมาชิกส่วนใหญ่ของก้าวไกลจึงย้ายมารวมตัวตั้งพรรคใหม่ในชื่อพรรคประชาชน ซึ่งสิบคนในนั้นขณะนี้ตกเป็นจำเลยในคดีจริยธรรมนี้

ในการพิจารณาคดีครั้งล่าสุด ฝ่ายอัยการได้ยื่นรายชื่อพยานรวม 17 ปากต่อศาลฎีกา ครอบคลุมเจ้าหน้าที่จากรัฐสภาและจาก ป.ป.ช. โดยพยานปากแรกมีกำหนดขึ้นเบิกความในวันที่ 25 สิงหาคม ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า ไม่มีสมาชิกรัฐสภาที่เป็นจำเลยเดินทางมาปรากฏตัวในห้องพิจารณาคดี ศาลกำหนดนัดไต่สวนพยานเพิ่มเติมอีกสองนัดในเดือนกันยายนและตุลาคม ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการกำหนดชะตาทางการเมืองของผู้นำฝ่ายค้านและเครือข่ายนักการเมืองสายปฏิรูปกฎหมายสถาบันของไทย