Pretrial in Duterte Impeachment Stretched to Fifth Day Amid Massive Documentary Record
The impeachment pretrial of Philippine Vice President Sara Duterte is nearing completion after stretching into a fifth day, as her defense team and House prosecutors moved to finalize the...
UK Sees Supply-Chain Gains as Philippines Joins CPTPP Accession Pipeline
The Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership is moving toward a new phase of expansion, with member economies agreeing to start preparatory discussions on potential...
Gatchalian Pledges Integrity While Senator-Judges Contest Impeachment Gavel
The Philippine Senate opened the impeachment trial of Vice President Sara Duterte on Monday under a cloud of procedural disputes and questions over unity in the chamber, even as Senate...
BSP Push Spurs Wave of Lower Digital Transfer Fees Across Philippine Lenders
Digital money transfers in the Philippines are getting cheaper as banks and e-wallets cut or waive fees to comply with new pricing rules from the Bangko Sentral ng Pilipinas (BSP). The central...
GSIS Under Veloso, Blancaflor Targets Faster Payouts After Magnitude 7.8 Quake
The Government Service Insurance System has set aside an initial ₱69.1 million in loss reserves to cover potential insurance claims from government properties damaged in the magnitude 7.8...

สิทธิฯ แฉคอมพาวด์สแกมในเขต DKBA ยังไม่ถูกรื้อ เหยื่อชาวจีน ฟิลิปปินส์ เคนยา และอีกหลายชาติยังถูกกักขัง

25.06.2026


องค์กรสิทธิมนุษยชนออกมาเตือนว่า ยังคงมีผู้คนมากกว่า 5,300 คนติดอยู่ในศูนย์หลอกลวงออนไลน์ใกล้ชายแดนเมียนมากับไทย แม้จะผ่านมาเกินหนึ่งปีนับจากการกวาดล้างข้ามชาติครั้งใหญ่ในพื้นที่ดังกล่าวแล้วก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวมาจากจดหมายลงวันที่ 22 มิถุนายน ที่เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือเหยื่อการค้ามนุษย์ (Civil Society Network for Human Trafficking Victim Assistance – CSNHTV) ส่งถึงตำรวจไทย เพื่อเร่งรัดให้มีปฏิบัติการเพิ่มเติมในการช่วยเหลือเหยื่อที่ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในคอมพาวด์ของขบวนการสแกม

CSNHTV ระบุว่า เหยื่อจำนวนมากเป็นชาวต่างชาติที่ถูกควบคุมตัวอยู่ใน 4 แห่งภายในพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังติดอาวุธในเมียนมา ซึ่งรวมถึงพื้นที่ที่มีการอ้างถึงว่าอยู่ภายใต้อิทธิพลของกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงพุทธ (Democratic Karen Buddhist Army – DKBA) กลุ่มสิทธิฯ ประเมินว่าผู้ที่ยังติดอยู่มีชาวจีนราว 1,600 คน ชาวเมียนมาประมาณ 200 คน ชาวไทยราว 20 คน รวมถึงชาวต่างชาติจากฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บราซิล รัสเซีย เคนยา ยูกันดา รวันดา และซิมบับเว

ศูนย์สแกมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในเมียนมาและกัมพูชา ถูกระบุว่าดำเนินโครงการหลอกลวงออนไลน์ผิดกฎหมายที่มุ่งโกงเงินเหยื่อทั่วโลก โดยองค์การสหประชาชาติประเมินว่าขบวนการเหล่านี้สร้างรายได้รวมกันปีละหลายพันล้านดอลลาร์ สถานประกอบการจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณแนวชายแดนเมียนมา-ไทย ถูกกล่าวหาว่าบริหารงานโดยเครือข่ายอาชญากรรมที่ลักลอบค้ามนุษย์ข้ามชาติ บังคับให้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่กดขี่และมีการละเมิดอย่างต่อเนื่อง

ไทยเคยเป็นหัวหอกในการผลักดันความร่วมมือระดับภูมิภาคเพื่อรื้อถอนศูนย์สแกมตามแนวชายแดน โดยเมื่อปีที่แล้ว ทางการสามารถช่วยเหลือผู้คนราว 5,000 คนออกจากศูนย์หลอกลวงขนาดใหญ่ในพื้นที่เมียวดีของเมียนมาได้ อย่างไรก็ดี จดหมายของ CSNHTV ระบุว่า คอมพาวด์จำนวนมากในเขตอิทธิพลของกองกำลังติดอาวุธยังไม่ได้ถูกรื้อถอนหรือเข้าปฏิบัติการช่วยเหลืออย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เครือข่ายสแกมยังคงดำเนินงานและกักขังผู้คนไว้ภายใน

คำร้องขอจากองค์กรสิทธิฯ สะท้อนแรงกดดันใหม่ต่อหน่วยงานความมั่นคงไทยและรัฐบาลในภูมิภาคให้เร่งรัดความร่วมมือข้ามแดน และย้ำคำถามเก่าเรื่องการปิดช่องโหว่ด้านการค้ามนุษย์และการทำงานบังคับในพื้นที่ชายแดนที่มีความเปราะบางต่ออิทธิพลของกลุ่มติดอาวุธและเครือข่ายอาชญากรรมระหว่างประเทศ ขณะที่เหยื่อหลายพันคนจากหลากหลายประเทศยังรอการช่วยเหลือจากศูนย์สแกมที่ยังเปิดดำเนินการอยู่