GSIS Under Veloso, Blancaflor Targets Faster Payouts After Magnitude 7.8 Quake
The Government Service Insurance System has set aside an initial ₱69.1 million in loss reserves to cover potential insurance claims from government properties damaged in the magnitude 7.8...
Philippines Defies Panel Market Slowdown With 145% Jump in Solar Imports
Filipino households are rushing to install rooftop solar systems in response to some of Southeast Asia’s highest electricity prices, propelling the Philippines to the top of global spending on...
Gokongwei to Take 15% Stake in PhilWeb With ₱2 Billion AI Push
PhilWeb Corp. secured a strategic equity investment of about ₱2.03 billion from businessman Lance Y. Gokongwei, giving the listed technology firm fresh capital to accelerate its expansion into...
Gatchalian Pledges Integrity While Senator-Judges Contest Impeachment Gavel
The Philippine Senate opened the impeachment trial of Vice President Sara Duterte on Monday under a cloud of procedural disputes and questions over unity in the chamber, even as Senate...
UK Sees Supply-Chain Gains as Philippines Joins CPTPP Accession Pipeline
The Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership is moving toward a new phase of expansion, with member economies agreeing to start preparatory discussions on potential...

รัฐบาลไทยเดินหน้าตั๋วเดียวรถไฟฟ้า กำหนดเพดานค่าโดยสาร 17–45 บาท เริ่มปี 2027

25.06.2026


รัฐบาลไทยเร่งเดินหน้าแผนปฏิรูประบบค่าโดยสารรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ด้วยการผลักดัน “ตั๋วร่วม” ครอบคลุมทุกโครงข่าย และกำหนดเพดานค่าโดยสารระหว่าง 17 ถึง 45 บาทต่อเที่ยวภายในปี 2027 หลังปัญหาระบบบัตรโดยสารที่แยกส่วนกันมานานกว่าทศวรรษสร้างต้นทุนให้ผู้โดยสารทั้งด้านเวลาและค่าใช้จ่าย โดยแนวทางล่าสุดมุ่งจัดโครงสร้างใหม่ให้มีเจ้าภาพรัฐรายเดียวดูแลด้านค่าโดยสาร ก่อนขยับไปสู่การซื้อสัมปทานคืนจากเอกชนในระยะถัดไป

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ระยะสั้นรัฐบาลตั้งเป้าเริ่มระบบตั๋วร่วมและเพดานค่าโดยสาร 17–45 บาทในวันที่ 1 มกราคม 2027 โดยอาศัยกรอบกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ทั้งพระราชบัญญัติตั๋วร่วมและพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง แนวทางนี้จะให้ผู้โดยสารจ่ายค่าโดยสารครั้งเดียวเมื่อเข้าใช้ระบบ แม้จะต้องเปลี่ยนข้ามหลายเส้นทาง ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่แต่ละโครงการ—ทั้ง BTS, MRT, แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และสายสีแดง—ต่างใช้ระบบบัตรและโครงสร้างค่าโดยสารของตนเอง

ภายใต้โมเดลใหม่ สิทธิในการจัดเก็บค่าโดยสารทุกเส้นทาง รวมถึงแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ จะถูกโอนไปยังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ซึ่งจะทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดเก็บรายได้กลาง” พร้อมตั้งระบบชำระเงินย้อนกลับให้ผู้ประกอบการเอกชน โดยรฟม.จะดูแลระบบหลังบ้านเพื่อเคลียร์ยอดและคืนเงินค่าโดยสารเกินให้ผู้โดยสารภายในหนึ่งถึงสามวัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่าการออกแบบระบบดังกล่าวควรแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่รายละเอียดเชิงเทคนิค เช่น การรองรับบัตรเดบิตและเครดิตแบบ EMV Contactless หรือการชำระผ่านคิวอาร์โค้ดบนโครงข่าย BTS ซึ่งปัจจุบันใช้บัตรแรบบิท จะเป็นภารกิจที่รฟมาต้องประเมินต้นทุนและวิธีดำเนินการ

ในระยะยาวรัฐบาลยังคงเป้าหมายดึงโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ กลับมาอยู่ภายใต้การถือครองของรัฐผ่านรฟม.ทั้งหมด แต่ข้อจำกัดด้านระดับหนี้สาธารณะทำให้การซื้อคืนสัมปทานไม่สามารถทำได้ในทันที กระทรวงคมนาคมประเมินว่าการไถ่ถอนสัมปทานทั้งหมดจะมีมูลค่าราว 100,000–200,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพิจารณาใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF) เป็นช่องทางระดมทุนเพิ่มเติม รวมถึงกำหนดกลไกชดเชยเอกชนและคัดเลือกสถาบันการเงินมาดูแลการเก็บเงินค่าโดยสารและการจ่ายคืนให้ผู้ประกอบการ ภายใต้กรอบเวลาประมาณหนึ่งปีครึ่งถึงสองปีในการโอนโครงข่ายเข้าสู่การบริหารรวม โดยตัวเลือกอย่างบัตรโดยสารรายสัปดาห์ และส่วนลดสำหรับนักเรียนและผู้สูงอายุจะถูกพิจารณาในช่วงถัดไปหลังระบบตั๋วร่วมหลักเริ่มดำเนินการแล้ว